N@RiOPon T. Blog
¸.·´¯`·.¸>¸.·´¯`·.¸>

อัปรีย์ อัปรีย์

เริ่มต้นหัวเรื่องด้วยคำที่ไม่ค่อยมีใครอยากได้ยินนักเหอๆๆ แล้วคำว่า อัปรีย์ หมายถึงอะไรมาดูกัน

[อับ-ปฺรี] (สก. อปฺริย; มค. อปฺปิย) ว. ตามศัพท์เดิมแปลว่า ไม่น่ารัก, ไม่น่าพึงใจ, เรานำมาใช้ในความหมายว่า เสื่อมทราม, เป็นอัปมงคล, ชั่วช้า, ต่ำช้า. ขออ้างที่มาหน่อยนะ ที่มา เห็นมะ ที่จริงก็ไม่ได้มีความหมายที่หยาบคลายเลยนะ แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากได้ยินหรอกแนอะ

ที่เริ่มหัวเรื่องอย่างนี้ก็ไม่ได้จะว่าใครหรอกนะ แต่ว่าเมื่อคืนได้อ่านรวมเรื่องสั้นของใครก็ไม่รู้ ลืมชื่อคนเขียน ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ ในหนังสือรวมเรื่องสั้นและบทกวีคัดสรรในรอบ 30 ปี  เรื่อง “อัปรีย์ อัปรีย์” (ถ้าใครรู้ชื่อผู้แต่ก็ช่วยบอกด้วยเน้อ หรือเดี๋ยววันนี้กลับไปดูแล้วเดี๋ยวมาใส่เพิ่ม) เรื่องก็มีอยู่ว่า

มีพระ 2 รูป นั่งคุยกัน พระรูปแรก ก็เป็นพระที่บวชมานานแล้วอายุประมาณ 70 ปี เป็นพระพี่เลี้ยงของพระอีกรูปหนึ่งซึ่งเพิ่งจะบวช อารุประมาณ 25 ปี พระที่เพิ่งบวชก็เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ฉบับเล็กๆ ที่รายงานเกี่ยวกับเรื่องราวบ้านเมืองต่างๆ จนไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจของรัฐบาลนัก เลยถูกจับยัดซังเต ในข้อหากบฏ แล้วเพิ่งจะออกมาจากซังเต ทำให้หนังสือพิมพ์ที่ทำอยู่นั้นเจ้งไม่เป็นท่า หนี้สินล้นพ้นตัวเลยมาบวช แล้วพระที่เพิ่งบวชก็สนิทกับพระพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี เพราะถึงท่านจะอายุมากกว่า พอที่จะเป็นพ่อของพระเพิ่งบวชได้เลยทีเดียว แต่ก็ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนมากกว่า

จะนั้นพระที่อายุมากกว่าก็เล่าให้ฟังว่าทำไมท่านถึงได้บวช สาเหตุก็มาจาก เมื่อก่อนท่านเป็น เสือ (หมายถึงโจรที่บ้น ฆ่า ตามหมู่บ้านต่างๆในชนบทนะ) แล้ววันหนึ่งท่านก็ไปบ้นที่หมู่บ้านหนึ่ง แล้วเจอแผนตลบหลังของทางการ ทำให้กลุ่มของท่านถูกฆ่าตายจนหมดส่วนท่านหนีมาได้ แล้วก็หนีตายขึ้นไปบนเขา อดข้าวอดน้ำนาน 3 วัน สภาพร่ายการมอมแมม สกปรก ดูก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นโจร จนมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าเข้าไป เพราะชาวบ้านเตรียมปืนผาหน้าไม้ไว้รอรับอยู่ จึงได้ขึ้นเขาไปอีกครั้ง

เมื่อตกค่ำก็ได้เห็นแสงสว่างจากตะเกียงมาจากปากถ้ำ พอเข้าไปใกล้ๆก็พบว่านั้นคือพระที่มาธุดงปักกฎอยู่รูปหนึ่งจึงได้เข้าไปกราบ น้ำหูน้ำตาไหล พระท่านเห็นก็เอาปลากระป๋องที่ท่านมีให้กิน แล้วก็ส่งอะไรต่อมิอะไรให้กิน จนอิ่มก็นอนเฝ้าท่านจนถึงเช้า แล้วความ อัปรีย์ ก็เริ่มเกืดขึ้น โดยที่โจรก็ได้ใช้ยาสลบรมควันที่เตรียมไว้ใช้สำหรับสลบชาวบ้านก่อนเข้าปล้นมาใช้กับพระที่ให้ข้าวให้น้ำกินเมื่อคืน

เมื่อพระสลบแล้วโจรก็จัดแจงสลับตัวกับพระ เปลี่ยนเอาจีวรท่านมาห่ม แล้วเอาเสื้อผ้าไปใส่ให้ท่าน จากนั้นก็ลงไปยังหมู่บ้าน ชาวบ้านก็ต่างยินดีต้อนรับท่านเต็มที่ ชาวบ้านก็พาไปหาผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้านก็เชิญท่านให้อยู่ฉันเช้า โจรในคราบพระก็เลยต้องอยู่ตามน้ำไป จากนั้นไม่นานก็ความ อัปรีย์ที่ 2 ก็เกิดขึ้น เมื่อชาวบ้านต่างวิ่งกันมาหาผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับลกศพมาด้วยศพหนึ่ง โดยชาวบ้านบอกว่าเมื่อเช้าขึ้นไปบนเขาให้ไอ้โจรนี้นอนสลบอยู่หน้าถ่ำจึงใช้ปืนยิงซ้ำให้ตาย โจรในคราบพระได้เห็นอย่างนั้นจึงอาเจียนของที่เพิ่งกินเข้าไปออกมาจนหมด จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็เชิญให้ โจรในคราบพระ ไปสวดให้กับศพ โจรก็ต้องเลยตามเลย จากนั้นโจรก็ได้ออกจากหมู่บ้านไป แล้วก็ไปเจอญาติผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าอาวทอยู่ และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ท่านจึงบวชให้จริงๆ จนเป็นพระมาจนถึงวันนี้

แล้วพระที่บวชใหม่ก็บอกว่ามัน อัปรีย์ จริงๆ แต่ไม่ได้หมายถึงพระพี่เลี้ยที่เป็นโจรมาก่อนนะ แต่หมายถึง พวกชาวบ้าน ที่มองคนแต่ภายนอก มองการแต่งกายแล้วก็ตัดสินว่าไอ้นี้โจร ไอ้นี้พระ แล้วก็ลงมืออย่างไม่ปราณี แล้วพระพี่เลี้ยงก็บอกว่าท่านก็ อัปรีย์ พอๆ กัน จากนั้นก็จบ ให้คนอ่านตัดสินเอาเองว่าใครมัน อัปรีย์กว่า กัน

เหอๆๆอ่านแล้วก็เพลินดี แค่ชื่อเรื่องก็ชวนอ่านแล้วใช่มะครับ แล้วคุณๆคิดว่าใคร อัปรีย์ กว่ากัน แต่คงไม่ใช่ผมนะ ผมแค่เอาเรื่องมาเล่าต่อ 555

ปล.ถ้ามีคำไม่สุภาพปรากฏต้องขออภัยด้วยครับ

ที่มา fatoe.com ภาพนี้ไม่เกี่ยวไรหรอก เอามาติดเฉยๆ เหอๆๆ

No Responses to “อัปรีย์ อัปรีย์”

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.